สหรัฐฯ ยิงเรือสินค้าธงปานามาในอ่าวโอมาน หลังอ้างพยายามฝ่าฝืนกฎ “อิหร่าน” ขู่เรือแหกกฎเจอหนักแน่
ไม่มีใครยอมถอย! สหรัฐฯ ยิงเรือสินค้าธงปานามาในอ่าวโอมาน หลังอ้างพยายามฝ่าฝืนกฎปิดล้อม ขณะที่ “อิหร่าน” ขู่เรือแหกกฎเจอหนักแน่ พร้อมลั่น หากสงครามยังไม่จบ “น้ำมันแม้แต่หยดเดียว”…

สงครามตะวันออกกลาง ยืดเยื้อเข้าสู่เดือนที่ 8 แต่ความรุนแรงยังไม่มีทีท่าลดลง โดยมี ช่องแคบฮอร์มุซ เป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญ ล่าสุด อิหร่านขู่โจมตีเรือที่ฝ่าฝืนกฎเดินเรือ ขณะที่สหรัฐฯ เผยปฏิบัติการโจมตีเรือสินค้าที่พยายามฝ่าการปิดล้อมทางทะเล
(11 ต.ค. 69) สื่อต่างประเทศ รายงานอ้างอิง กองบัญชาการกลางสหรัฐอเมริกา CENTCOM เปิดเผยว่า กองกำลังสหรัฐฯ ใช้เครื่องบินขับไล่โจมตีเรือสินค้าติดธงปานามา ชื่อ M/V Ocean Molica หรือ Arika Sun ในอ่าวโอมาน หลังเรือลำดังกล่าวเพิกเฉยต่อคำเตือนหลายครั้ง และพยายามเดินเรือผ่านน่านน้ำ ทั้งที่ก่อนหน้านี้ออกจากท่าเรือของอิหร่าน
CENTCOM ระบุว่า เครื่องบินขับไล่สหรัฐฯ ยิงอาวุธนำวิถีแม่นยำเข้าใส่บริเวณท้ายเรือ ส่งผลให้ระบบขับเคลื่อนเสียหายจนไม่สามารถเดินเรือต่อได้ โดยไม่มีลูกเรือได้รับอันตราย พร้อมเผยแพร่ภาพวิดีโอขณะโจมตีเรือลำดังกล่าว
กองบัญชาการกลางสหรัฐฯ ระบุเพิ่มเติมว่า นับตั้งแต่กลับมาบังคับใช้มาตรการปิดล้อมทางทะเลเมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม กองกำลังสหรัฐฯ ทำให้เรือพาณิชย์ 4 ลำไม่สามารถเดินเรือต่อได้ พร้อมสั่งให้เรือ 135 ลำเปลี่ยนเส้นทางกลับ และทำลายเรือบรรทุกน้ำมัน 10 ลำที่สหรัฐฯ อ้างว่าเชื่อมโยงกับเครือข่ายลักลอบค้าน้ำมันของ IRGC พร้อมเตือนให้ผู้เดินเรือปฏิบัติตามคำเตือนเกี่ยวกับมาตรการปิดล้อม
ในวันเดียวกัน สำนักข่าวฟาร์สของอิหร่านรายงานคำกล่าวของ สำนักงานประชาสัมพันธ์กองทัพเรือ IRGC ว่า เรือบรรทุกน้ำมันดิบขนาดใหญ่พิเศษลำหนึ่งชนทุ่นระเบิดขณะแล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซ และเกิดเพลิงไหม้ หลังใช้เส้นทางเดินเรือที่ไม่ได้รับอนุญาตและปิดระบบนำทางของเรือ อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีการเปิดเผยชื่อเรือและรายละเอียดเพิ่มเติมอย่างชัดเจน

IRGC เตือนว่า เรือบรรทุกน้ำมันที่เพิกเฉยต่อมาตรการรักษาความปลอดภัยและกฎระเบียบของช่องแคบฮอร์มุซ อาจเผชิญชะตากรรมในลักษณะเดียวกัน พร้อมขู่ว่า หากความขัดแย้งยังดำเนินต่อไป จะไม่มีน้ำมันแม้แต่หยดเดียวถูกส่งออกผ่านช่องแคบหรือพื้นที่อื่นในอ่าวเปอร์เซีย
ด้าน ฮาบิบอลลาห์ ซายารี (Habibollah Sayyari) เจ้าหน้าที่ระดับสูงของกองทัพอิหร่าน กล่าวผ่านสถานีโทรทัศน์ของรัฐว่า กองกำลังอิหร่านได้โจมตีเรือของฝ่ายศัตรูแล้ว และพร้อมโจมตีอีกหากมีการดำเนินการใด ๆ ต่ออิหร่านเพิ่มเติม
ความตึงเครียดไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะช่องแคบฮอร์มุซ โดยหน่วยปฏิบัติการการค้าทางทะเลของสหราชอาณาจักร (UKMTO) รายงานเหตุการณ์และการแจ้งเตือนหลายครั้งในช่องแคบฮอร์มุซและอ่าวโอมาน
รายงานระบุว่า มีวัตถุคล้ายกระสุนพุ่งเข้าโจมตีเรือบรรทุกน้ำมันลำหนึ่งขณะเดินทางออกจากช่องแคบฮอร์มุซ ขณะที่สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) เปิดเผยว่า หน่วยยามฝั่งช่วยเหลือลูกเรือ 22 คนจากเหตุเพลิงไหม้บนเรือบรรทุกน้ำมันใกล้ชายฝั่ง โดยยังไม่ทราบสาเหตุแน่ชัด
สถานการณ์ดังกล่าวนี้ ได้สร้างความเสี่ยงต่อการขนส่งพลังงานโลก เนื่องจากในช่วงเวลาปกติ น้ำมันและก๊าซธรรมชาติประมาณหนึ่งในห้าของโลกขนส่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซ โดยข้อมูลจากบริษัท Kpler ที่ CNBC นำมาอ้างอิง ระบุว่า ปริมาณน้ำมันดิบเฉลี่ยที่ขนส่งผ่านช่องแคบในสัปดาห์สิ้นสุดวันที่ 7 ตุลาคม อยู่ที่ประมาณ 8.5 ล้านบาร์เรลต่อวัน ลดลงราว 40% จากระดับปกติ
ทั้งนี้ แม้ 2 ฝ่ายยังคงมีความพยายามติดต่อผ่านคนกลางเพื่อหาทางยุติสงคราม แต่การเจรจายังคงหยุดชะงัก โดยอิหร่านเรียกร้องให้กลับไปใช้บันทึกความเข้าใจที่เคยตกลงกันเมื่อเดือนมิถุนายน ซึ่งล่มสลายไปแล้ว พร้อมต้องการให้สหรัฐฯ สนับสนุนข้อตกลงระหว่างอิหร่านกับโอมานเกี่ยวกับการกำหนดเส้นทางเดินเรือชั่วคราวที่มีการประสานงานร่วมกันสำหรับเรือที่ผ่านช่องแคบฮอร์มุซ
เจดี แวนซ์ รองประธานาธิบดีสหรัฐฯ กล่าวว่า อิหร่านจำเป็นต้องลดขีดความสามารถในการเสริมสมรรถนะยูเรเนียมอย่างมีนัยสำคัญ ขณะที่รัฐบาลเตหะรานยืนยันว่า พร้อมหารือเรื่องการเจือจางยูเรเนียมเสริมสมรรถนะสูงในช่วงท้ายของกระบวนการเจรจา แต่จะไม่ยกเลิกการเสริมสมรรถนะยูเรเนียมโดยสิ้นเชิง
ท่ามกลางการเผชิญหน้าทางทหารและแรงกดดันทางเศรษฐกิจจากสหรัฐฯ สถานการณ์ช่องแคบฮอร์มุซจึงยังเป็นจุดเปราะบางสำคัญของสงคราม ขณะที่การเจรจายุติความขัดแย้งยังไม่มีสัญญาณบรรลุข้อตกลงในเร็ววัน
ขอบคุณข้อมูล : Al Jazeera
คลิปจากอีจัน
ดูคลิปทั้งหมดมีข้อมูลเพิ่มเติมเรื่องนี้ไหม
แจ้งเบาะแสหรือสอบถามทีมข่าวอีจันได้โดยตรง










ความคิดเห็น(0)
เข้าสู่ระบบเพื่อร่วมแสดงความคิดเห็นกับชาวอีจัน