“แบงก์ชาติ” คุยเวทีโลก คลอดคู่มือสากลฟันเงินเทา เชือดมิจฯ ข้ามชาติ
ผลงานชิ้นโบว์แดง! “แบงก์ชาติ” คุยเวทีโลก IMF-World Bank 2026 คลอด “คู่มือสากล” 12 ข้อเด็ด ฟันเงินเทาทั่วโลก เชือดมิจฉาชีพข้ามชาต…

วันนี้ (13 ต.ค.69) นายวิทัย รัตนากร ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยถึงความคืบหน้าการดำเนินงานของ ธปท. โดยระบุว่า ธปท. ร่วมกับธนาคารโลก (World Bank) และกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ได้ร่วมกันจัดทำเอกสารวิชาการสำคัญระดับนานาชาติภายใต้ชื่อ ‘Bangkok Blueprint’ เพื่อนำเสนอในการประชุม IMF-World Bank หรือ AM2026
เอกสารดังกล่าวเป็นการรวบรวมประสบการณ์และแนวปฏิบัติที่ดีที่สุดจากนานาชาติ ร่วมกับ 4 ประเทศ/เขตเศรษฐกิจในภูมิภาคเอเชีย ได้แก่ ไทย มาเลเซีย สิงคโปร์ และฮ่องกง จัดทำเป็นกรอบแนวทางอ้างอิงมาตรฐาน (Reference Guidelines) ประกอบด้วย 12 หลักการสำคัญ (12 Key Considerations)
สำหรับให้ประเทศต่างๆ ทั่วโลกนำไปปรับใช้ในการบริหารจัดการและรับมือกับปัญหาภัยทางการเงินดิจิทัล ทั้งภัยจากหลอกลวงออนไลน์ (Fraud Scam) และความเสี่ยงทางไซเบอร์ (Cyber Risk) ซึ่งเป็นปัญหาเร่งด่วนที่เกิดขึ้นทั่วโลก โดยมีข้อมูลระบุว่า ความเสียหายจากภัยสแกมกว่า 67% กระทบต่อภูมิภาคเอเชีย
“เอกสารตัวนี้เหมือนกับที่เราเอาประสบการณ์สากลมารวมกับของไทยและอีก 3 ประเทศในเอเชีย เป็นเอกสารตัวหลักของ Bangkok Blueprint เพื่อสร้างแนวทางอ้างอิงให้ประเทศต่างๆ ทั่วโลกนำไปใช้จัดการกับปัญหา Fraud Scam และ Cyber Risk ซึ่งในอนาคตหากประเทศใดจะอ้างอิงเรื่องนี้ ก็จะมีชื่อของประเทศไทยปรากฏอยู่ด้วย”
นายวิทัย กล่าวเพิ่มเติมว่า การจัดทำ Bangkok Blueprint สอดคล้องกับแนวทางของ ธปท. ที่มุ่งแก้ไขปัญหาเชิงโครงสร้างของประเทศใน 4 ด้านหลัก ได้แก่ ปัญหาหนี้ครัวเรือน, การเข้าถึงสินเชื่อของ SME, ต้นทุนการใช้บริการทางการเงินที่เป็นธรรม และการจัดการปัญหาทุนสีเทา
สำหรับแนวทางการปราบปรามทุนสีเทาและบัญชีม้า ธปท. ได้เพิ่มความเข้มงวดในการกำกับดูแลธุรกรรมทางการเงินอย่างต่อเนื่องตลอด 12 เดือนที่ผ่านมา เนื่องจากธุรกรรมที่เกี่ยวข้องกับสิ่งผิดกฎหมาย การคอร์รัปชัน หรือสแกมเมอร์ ต้องผ่านระบบสถาบันการเงินทั้งสิ้น โดย ธปท. ได้ออกมาตรการควบคุมการใช้นครและสินทรัพย์เสี่ยงอย่างเป็นขั้นตอน ได้แก่
ส่วนทิศทางนโยบายการเงินและการตัดสินใจเรื่องอัตราดอกเบี้ยนโยบาย นายวิทัย ย้ำว่า การพิจารณาของคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) จะยึดหลัก Data Dependent หรือการพิจารณาจากข้อมูลจริง ณ วันประชุม ควบคู่กับการมองไปข้างหน้า (Forward Looking)
ขณะนี้อัตราดอกเบี้ยนโยบายอยู่ที่ระดับ 1% ซึ่ง ธปท. เห็นว่ายังเป็นระดับที่เหมาะสมและยังมีพื้นที่นโยบาย (Policy Space) เพียงพอในการรองรับผลกระทบหรือแรงกระแทกทางเศรษฐกิจ (Shocks) ที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต นอกจากนี้ ธปท. ยังมีเครื่องมืออื่นๆ เช่น การปรับลดอัตราเงินนำส่งเข้ากองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน (FIDF) ซึ่งเคยช่วยลดต้นทุนดอกเบี้ยในตลาดลงได้ถึง 0.46%
คลิปจากอีจัน
มีข้อมูลเพิ่มเติมเรื่องนี้ไหม
แจ้งเบาะแสหรือสอบถามทีมข่าวอีจันได้โดยตรง










ความคิดเห็น(0)
เข้าสู่ระบบเพื่อร่วมแสดงความคิดเห็นกับชาวอีจัน